กิจกรรมที่ 9: ฝึกปฏิบัติการประเมินหลักสูตร




การประเมินหลักสูตร
การประเมินหลักสูตร คือ การประเมินองค์ประกอบต่างๆ ของหลักสูตรว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด และเมื่อได้นำหลักสูตรไปใช้แล้วบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการหรือไม่ โดยในการประเมินหลักสูตรจะใช้เครื่องมือชนิดต่าง ๆที่มีความเหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น แบบสอบถาม การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มเป็นต้น ทั้งนี้ผลที่ได้จากการประเมินจะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป

แนวทางการประเมินหลักสูตร การประเมินหลักสูตรแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ

1. การประเมินก่อนการนำหลักสูตรไปใช้ 
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปรัชญาของหลักสูตร จุดประสงค์ เนื้อหา ประสบการณ์ และความต้องการของสังคมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรจะเป็นผู้ประเมิน
2.การประเมินระหว่างการดำเนินการใช้หลักสูตร 
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินกระบวนการนำหลักสูตรไปใช้ เช่น การจัดการเรียนการสอน วิธีการสอน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และวิธีการวัดและประเมินผล
3. การประเมินหลังจากการใช้หลักสูตร
  •  มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการบริหารหลักสูตรรวมถึงการประเมินหลักสูตรทั้งระบบ ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิตของการใช้หลักสูตร
SOLO: The Structure of Observed Learning Outcome คือ โครงสร้างการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ คำว่า Taxonomy” หมายถึง การจัดแบ่งประเภท มีความหมายเดียวกับคำว่า Classification แต่ Taxonomy นั้น จะกล่าวถึง หลักทางวิชาการที่ใช้เพื่อระบุประเภทของสิ่งมีชีวิตทางชีววิทยาที่มีลักษณะร่วมกันและทำการกำหนดชื่อให้กับกลุ่มสิ่งมีชีวิตนั้นๆ   
หากกล่าวถึงการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ผู้สอนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเกณฑ์การกำหนดคุณภาพของ Bloom หรือ Bloom’s Taxonomy ซึ่งหากศึกษาดูแล้วเราจะพบว่า Bloom’s Taxonomy นั่นมีแนวโน้มที่จะถูกใช้โดยผู้สอนเสียเป็นส่วนมาก แต่ถ้าหากการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้นมีผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดด้วยแล้ว หลักการที่จะต้องพูดถึงนั่นก็คือ SOLO Taxonomy ซึ่งเป็นการกำหนดระดับผลการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยที่ไม่มุ่งเน้นเฉพาะแค่การสอนและการให้คะแนนจากผลงานแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการประเมินผลที่ให้ความสำคัญว่า ผู้เรียนมีวิธีการเรียนรู้อย่างไร และผู้สอนมีวิธีการอย่างไรที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการทางปัญญาที่มีความซับซ้อนและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
SOLO Taxonomy หรือ The Structure of Observed Learning Outcome Taxonomy จึงเป็นแบบ (Model) ที่ใช้ในการใช้ระบุ บรรยาย หรืออธิบาย ระดับความเข้าใจอันซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของผู้เรียนในสาระหรือรายวิชา ซึ่งผู้เสนอแนวคิดนี้จนกลายเป็นที่นิยมคือ John B. Biggs และ Kelvin Collis (1982)
แบบของ SOLO Taxonomy ประกอบด้วยระดับความเข้าใจ 5 ระดับ ดังนี้
1.     Pre-structural (ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน) คือ ในระดับนี้ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหา เช่น ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญ
2.     Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว) คือ การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งไปที่มุมมองที่เกี่ยวข้องเพียงมุมมองเดียว เช่น สามารถระบุชื่อได้ จำได้ และทำตามคำสั่งง่ายๆได้
3.     Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง) คือ การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งเน้นไปที่หลายๆมุมมองโดยการปฏิบัติต่อผู้เรียนจะเป็นไปอย่างอิสระ เช่น สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างได้ หรืออาจเชื่อมโยงได้
4.     Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์) คือ การบูรณาการความสัมพันธ์ต่างๆเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เช่น ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์ อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำไปใช้ได้
5.     Extended abstract (ระดับขยายนามธรรม) คือ จากขั้นบูรณาการเชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิด สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น



รูปแบบโครงสร้างของ SOLO Taxonomy และกริยาบ่งชี้ระดับความเข้าใจของผู้เรียน







ค่าระดับคะแนน
เป้าหมาย
คุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
4
Extended abstract (ระดับขยายนามธรรม)
-  ความสำคัญ
-  การสังเคราะห์
-  การสร้างสมมติฐาน
-  การมีเหตุผล
-  การทำนาย
-  การอภิปราย
-  การสร้างทฤษฎี
จากขั้นบูรณาการเชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิด สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น
ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร การแก้ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตร สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น
3
Relational
(ระดับเห็นความสัมพันธ์)
-  การปรับโครงสร้าง
-  การจำแนก
-  การวิเคราะห์
-  การแยกประเภท
-  การเปรียบเทียบ
-  สรุป/รวบรวม
-  ลำดับขั้น (การเรียงลำดับ)
การบูรณาการความสัมพันธ์ต่างๆเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เช่น ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์ อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำไปใช้ได้
ผู้เรียนสามารถคิด วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์ อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร การแก้ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตรไปใช้ได้
2
Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง)
-  อธิบายคำจำกัดความ
-  แก้ปัญหา
-  อธิบาย บรรยายแผนภูมิ
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งเน้นไปที่หลายๆมุมมองโดยการปฏิบัติต่อผู้เรียนจะเป็นไปอย่างอิสระ เช่น สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างได้ หรืออาจเชื่อมโยงได้
ผู้เรียนสามารถอธิบาย ยกตัวอย่าง หรืออาจเชื่อมโยงหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตรได้
1
Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว)
-  ชี้แจง สภาพสถานการณ์
-  การเน้นคำ
-  ยอมรับ
-  การนำกลับมา
-  การบันทึกชื่อ/ หัวข้อ
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งไปที่มุมมองที่เกี่ยวข้องเพียงมุมมองเดียว เช่น สามารถระบุชื่อได้ จำได้ และทำตามคำสั่งง่ายๆได้
ผู้เรียนสามารถระบุชื่อ จำ และทำตามคำสั่งง่ายๆในหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตรได้
0
Pre-structural
(ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)

ในระดับนี้ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหา เช่น ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญ
ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหาของกลยุทธการพัฒนาหลักสูตร เช่น ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญในหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตร

No comments: