การประเมินหลักสูตร
การประเมินหลักสูตร
คือ การประเมินองค์ประกอบต่างๆ ของหลักสูตรว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด และเมื่อได้นำหลักสูตรไปใช้แล้วบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการหรือไม่
โดยในการประเมินหลักสูตรจะใช้เครื่องมือชนิดต่าง ๆที่มีความเหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล
เช่น แบบสอบถาม การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มเป็นต้น ทั้งนี้ผลที่ได้จากการประเมินจะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป
แนวทางการประเมินหลักสูตร การประเมินหลักสูตรแบ่งออกเป็น 3
ระยะ คือ
1. การประเมินก่อนการนำหลักสูตรไปใช้
- มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปรัชญาของหลักสูตร จุดประสงค์ เนื้อหา ประสบการณ์ และความต้องการของสังคมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรจะเป็นผู้ประเมิน
2.การประเมินระหว่างการดำเนินการใช้หลักสูตร
- มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินกระบวนการนำหลักสูตรไปใช้ เช่น การจัดการเรียนการสอน วิธีการสอน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และวิธีการวัดและประเมินผล
3. การประเมินหลังจากการใช้หลักสูตร
- มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการบริหารหลักสูตรรวมถึงการประเมินหลักสูตรทั้งระบบ ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิตของการใช้หลักสูตร
SOLO:
The Structure of Observed Learning Outcome คือ โครงสร้างการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ คำว่า “Taxonomy” หมายถึง การจัดแบ่งประเภท มีความหมายเดียวกับคำว่า Classification
แต่ Taxonomy นั้น จะกล่าวถึง
หลักทางวิชาการที่ใช้เพื่อระบุประเภทของสิ่งมีชีวิตทางชีววิทยาที่มีลักษณะร่วมกันและทำการกำหนดชื่อให้กับกลุ่มสิ่งมีชีวิตนั้นๆ
หากกล่าวถึงการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
ผู้สอนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเกณฑ์การกำหนดคุณภาพของ Bloom หรือ Bloom’s Taxonomy ซึ่งหากศึกษาดูแล้วเราจะพบว่า Bloom’s
Taxonomy นั่นมีแนวโน้มที่จะถูกใช้โดยผู้สอนเสียเป็นส่วนมาก
แต่ถ้าหากการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้นมีผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดด้วยแล้ว
หลักการที่จะต้องพูดถึงนั่นก็คือ SOLO Taxonomy ซึ่งเป็นการกำหนดระดับผลการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยที่ไม่มุ่งเน้นเฉพาะแค่การสอนและการให้คะแนนจากผลงานแต่เพียงอย่างเดียว
แต่เป็นกระบวนการประเมินผลที่ให้ความสำคัญว่า ผู้เรียนมีวิธีการเรียนรู้อย่างไร
และผู้สอนมีวิธีการอย่างไรที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการทางปัญญาที่มีความซับซ้อนและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
SOLO Taxonomy หรือ The Structure of Observed
Learning Outcome Taxonomy จึงเป็นแบบ (Model) ที่ใช้ในการใช้ระบุ บรรยาย หรืออธิบาย
ระดับความเข้าใจอันซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของผู้เรียนในสาระหรือรายวิชา
ซึ่งผู้เสนอแนวคิดนี้จนกลายเป็นที่นิยมคือ John B. Biggs และ Kelvin Collis (1982)
แบบของ SOLO
Taxonomy ประกอบด้วยระดับความเข้าใจ
5 ระดับ ดังนี้
1.
Pre-structural (ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)
คือ ในระดับนี้ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง
และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหา เช่น
ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญ
2.
Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว)
คือ การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งไปที่มุมมองที่เกี่ยวข้องเพียงมุมมองเดียว เช่น
สามารถระบุชื่อได้ จำได้ และทำตามคำสั่งง่ายๆได้
3.
Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง) คือ
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งเน้นไปที่หลายๆมุมมองโดยการปฏิบัติต่อผู้เรียนจะเป็นไปอย่างอิสระ
เช่น สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างได้ หรืออาจเชื่อมโยงได้
4.
Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์)
คือ การบูรณาการความสัมพันธ์ต่างๆเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เช่น
ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์
อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำไปใช้ได้
5.
Extended abstract (ระดับขยายนามธรรม) คือ จากขั้นบูรณาการเชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน
จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น
การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิด สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น
รูปแบบโครงสร้างของ SOLO Taxonomy และกริยาบ่งชี้ระดับความเข้าใจของผู้เรียน
|
ค่าระดับคะแนน
|
เป้าหมาย
|
คุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
|
ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
|
|
4
Extended abstract (ระดับขยายนามธรรม)
|
- ความสำคัญ
- การสังเคราะห์
- การสร้างสมมติฐาน
- การมีเหตุผล
- การทำนาย
- การอภิปราย
- การสร้างทฤษฎี
|
จากขั้นบูรณาการเชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน
จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น
การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิด สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น
|
ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเข้าด้วยกัน
จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น
การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร
การพัฒนาหลักสูตร การแก้ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร
การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตร สร้างทฤษฏีใหม่
เป็นต้น
|
|
3
Relational
(ระดับเห็นความสัมพันธ์)
|
- การปรับโครงสร้าง
- การจำแนก
- การวิเคราะห์
- การแยกประเภท
- การเปรียบเทียบ
- สรุป/รวบรวม
- ลำดับขั้น
(การเรียงลำดับ)
|
การบูรณาการความสัมพันธ์ต่างๆเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
เช่น ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์
อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำไปใช้ได้
|
ผู้เรียนสามารถคิด
วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์ อธิบายเชิงเหตุผล
และ/หรือนำหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร
การแก้ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร
การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตรไปใช้ได้
|
|
2
Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง)
|
- อธิบายคำจำกัดความ
- แก้ปัญหา
- อธิบาย บรรยายแผนภูมิ
|
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งเน้นไปที่หลายๆมุมมองโดยการปฏิบัติต่อผู้เรียนจะเป็นไปอย่างอิสระ
เช่น สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างได้ หรืออาจเชื่อมโยงได้
|
ผู้เรียนสามารถอธิบาย
ยกตัวอย่าง หรืออาจเชื่อมโยงหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร
การพัฒนาหลักสูตร ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร
การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตรได้
|
|
1
Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว)
|
- ชี้แจง สภาพสถานการณ์
- การเน้นคำ
- ยอมรับ
- การนำกลับมา
- การบันทึกชื่อ/ หัวข้อ
|
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งไปที่มุมมองที่เกี่ยวข้องเพียงมุมมองเดียว
เช่น สามารถระบุชื่อได้ จำได้ และทำตามคำสั่งง่ายๆได้
|
ผู้เรียนสามารถระบุชื่อ
จำ และทำตามคำสั่งง่ายๆในหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร
ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร
การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตรได้
|
|
0
Pre-structural
(ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)
|
|
ในระดับนี้ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง
และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหา เช่น
ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญ
|
ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง
และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหาของกลยุทธการพัฒนาหลักสูตร
เช่น ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญในหลักการ แนวคิด
ทฤษฎีทางด้านหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร ปัญหาการพัฒนาหลักสูตร
การบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและการประเมินหลักสูตร
|

No comments:
Post a Comment